← กลับบทความทั้งหมด Education

ระบบเทรดเดียวกัน แต่ทำไมผลการเทรดไม่เหมือนกัน

โดย Pang · 11 กันยายน 2569 ·7 นาที
ระบบเทรดเดียวกัน แต่ทำไมผลการเทรดไม่เหมือนกัน

ถามจริงๆ นะครับ
คุณลองระบบเทรดมาแล้วกี่ตัว สาม ห้า
ซื้อคอร์สมาก็หลายคอร์ส

ทุกตัวมันมีคนกำไรจริง รีวิวก็จริง
แต่พอมาอยู่ในมือเรา ทำไมมันไม่เหมือนเขาสักที

แล้วเราก็สรุปเหมือนกันหมดทุกคน
“เออ เราคงวินัยไม่พอ”

ผมจะบอกอะไรให้นะครับ
ปัญหามันอาจจะไม่ได้อยู่ที่ระบบ
แล้วก็ไม่ได้อยู่ที่วินัยของคุณด้วย

มันอยู่ที่คำถามข้อนึง ที่คุณไม่เคยถามเลยก่อนซื้อ

ทุกคนถามว่า “ระบบนี้กำไรไหม”
แต่ไม่มีใครถามว่า “ระบบนี้มันตรงกับตัวเราไหม”

เพราะระบบเดียวกันเป๊ะๆ กฎเดียวกันทุกข้อ
อยู่ในมือคนนึง กำไร
อยู่ในมืออีกคน ล้างพอร์ต

วันนี้ผมเลยอยากให้รู้จักสไตล์การเทรด 2 สายก่อน
แล้วค่อยตอบคำถาม 7 ข้อท้ายบทความ
คุณจะรู้เลยว่าตัวเองควรอยู่สายไหน

สาย A ชนะน้อย กำไรยาว

สายนี้ยอมผิดบ่อย เพื่อรอจังหวะที่ตลาดวิ่งไกล
ชนะ 3-4 ใน 10 ไม้
แต่ไม้ที่ชนะได้ 2-3 เท่าของที่เสีย

วิธีเทรดคือ SL แคบ TP ไกล
วางแล้วรอ ระหว่างทางกำไรขึ้นแล้วหด ขึ้นแล้วหด
ต้องทนถือ ถูก 1 ไม้ คุ้มที่ผิดหลายไม้

ข้อดีของสายนี้
ไม่ต้องเฝ้าจอ วางแล้วรอได้เป็นวัน
เจอเทรนด์ใหญ่ ไม้เดียวกินได้ทั้งเดือน
พลาดก็เจ็บน้อย เพราะ SL แคบ ไม้น้อย ค่าคอมไม่กิน

ข้อเสียที่ต้องรับให้ได้
แพ้ติดกัน 5-10 ไม้เป็นเรื่องปกติ พอร์ตย่อได้เป็นเดือน
รายได้มาเป็นก้อน นานๆ ที ระหว่างนั้นต้องรอ
ไม่ใช่กระแสเงินสด

และตลาดไซด์เวย์คือช่วงเลือดไหลของสายนี้
TP ไกลไปไม่ถึงสักที

ใครเหมาะ
ทุนหนา ทนพอร์ตย่อได้เป็นเดือน
มีรายได้หลักจากทางอื่น
ใจนิ่ง รอได้เป็นปี

สาย B ชนะบ่อย กำไรสั้น

สายนี้ไม่รอให้วิ่งไกล
เก็บระยะที่ตลาดให้บ่อยๆ
ชนะ 7-8 ใน 10 ไม้ แต่ได้ทีละนิด

วิธีเทรดคือ TP ใกล้ จบเร็ว
เข้าที่จังหวะกลับตัว ทำซ้ำหลายรอบ
เหมือนร้านสะดวกซื้อ ขายทุกวัน ชิ้นละไม่มาก

ข้อดีของสายนี้
เป็นกระแสเงินสด ผลออกบ่อย สม่ำเสมอ ไม่ต้องรอเป็นก้อน
เส้นพอร์ตเรียบ แพ้ติดสั้น ใจไม่พังง่าย
รู้เร็วว่าระบบยังใช้ได้ไหม เพราะไม้เยอะ สถิติสะสมเร็ว

ข้อเสียที่ต้องรับให้ได้
แพ้ 1 ไม้ หายไปประมาณ 2 ไม้ชนะ พลาดได้น้อยกว่า
ต้องชนะสูงจริง 7-8 ใน 10 ไม่ใช่แค่รู้สึกว่าชนะบ่อย

และข้อสำคัญที่สุด
TP กับ SL ตั้งจากความรู้สึกไม่ได้ ต้องมาจากสถิติ
สายนี้ตายเพราะข้อนี้เยอะที่สุด

ใครเหมาะ
ทุนจำกัด ไม่อยากทนพอร์ตย่อยาว
อยากได้กระแสเงินสดสม่ำเสมอ
ทำตามกฎได้ ไม่ชอบตีความ

ลองนึกภาพเส้นพอร์ต 2 เส้นนะครับ

เส้นสาย A เลือดไหลช้าๆ ติดต่อกันนานช่วงแพ้ติด
แล้วพุ่งขึ้นเป็นหน้าผาเมื่อเจอไม้ใหญ่

เส้นสาย B ไต่ขึ้นเรียบๆ ทีละนิด
แต่เวลาแพ้ ร่วงเป็นหน้าผา แล้วค่อยไต่คืน

สองเส้นนี้จบกำไรได้ทั้งคู่
แต่เส้นทางระหว่างทางคนละแบบ

ถึงตาคุณแล้ว มาเล่นเกมกัน

7 ข้อ แต่ละข้อมี ก กับ ข
ตอบในใจ ไม่ต้องบอกใคร
นับไว้ว่าได้ ก กี่ข้อ ข กี่ข้อ
ไม่มีถูกผิด ตอบตามตัวจริงของคุณ

ข้อ 1 เวลา
ก พอมีเวลาเทรดบ้าง ดูกราฟได้อย่างน้อยวันละ 2-3 ครั้ง
ข ไม่มีเวลาเฝ้ากราฟเลย เทรดได้แค่วันละ 1 ครั้ง

ข้อ 2 ทุน
ก ทุนจำกัด พอร์ตย่อนานไม่ไหว
ข ทุนหนา ย่อได้เป็นไตรมาส

ข้อ 3 รายได้
ก อยากได้ผลสม่ำเสมอทุกเดือน
ข รอก้อนใหญ่นานๆ ทีได้

ข้อ 4 แพ้ติด
ก แพ้ติด 4-5 ไม้ เริ่มสั่น
ข แพ้ 10 ไม้ติด ยังกดไม้ที่ 11 ได้

ข้อ 5 ถือกำไร
ก เห็นกำไรแล้วอยากปิด
ข ถือข้ามวัน กำไรหดครึ่งได้

ข้อ 6 ตลาด
ก ชอบแกว่งในกรอบ เล่นจังหวะ
ข ชอบเทรนด์ยาว

ข้อ 7 นิสัย
ก ชอบทำตามกฎชัดๆ
ข ชอบวิเคราะห์เอง ตัดสินใจเอง

เฉลยครับ

ก ตั้งแต่ 4 ข้อ คุณคือสาย B ชนะบ่อย กำไรสั้น สายกระแสเงินสด
ข ตั้งแต่ 4 ข้อ คุณคือสาย A ชนะน้อย กำไรยาว สายรอก้อนใหญ่
ก้ำกึ่ง กลับไปดูภาพเส้นพอร์ต เส้นแบบไหนที่คุณรับได้

ถ้าคุณเป็นสาย A
หาระบบตามเทรนด์ที่มีกฎชัด ทดสอบย้อนหลังได้
เสี่ยงต่อไม้ไม่เกิน 1% ตัดสินระบบหลัง 100 ไม้
เทรดเฉพาะตลาดที่เป็นเทรนด์จริง
ทำแบบนี้ สายนี้ไปได้ไกลครับ

ถ้าคุณเป็นสาย B
สายนี้อยู่รอดได้ด้วยเงื่อนไขเดียว
TP กับ SL ต้องมาจากตัวเลขที่นับมาแล้ว ไม่ใช่ความรู้สึก

จะรู้ได้ยังไงว่าตลาดให้ระยะไหนบ่อย
ทางเดียวครับ นับ

นับว่าหลังจากราคาทำท่ากลับตัว มันวิ่งไปได้กี่จุดบ่อยที่สุด
นับว่ามันย้อนกลับมาลึกสุดแค่ไหนก่อนจะไปต่อ
นับแยกคู่เงิน แยกฝั่ง Buy Sell

นับพอ ตัวเลขจะบอกเองว่า TP ควรอยู่ตรงไหน SL ควรอยู่ตรงไหน
และนั่นคือจุดที่สาย B เลิกเดา แล้วเริ่มทำกระแสเงินสดได้จริงครับ

คำถามที่พบบ่อย

สไตล์การเทรดหลักมีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร

แบ่งใหญ่ๆ ได้ 2 สาย สายแรกคือชนะน้อยแต่กำไรยาว ชนะราว 3-4 ใน 10 ไม้ แต่ไม้ที่ชนะได้ระยะ 2-3 เท่าของที่เสีย เหมาะกับการรอเทรนด์ยาว สายที่สองคือชนะบ่อยแต่กำไรสั้น ชนะราว 7-8 ใน 10 ไม้ แต่ได้ทีละไม่มาก เก็บระยะสั้นที่ตลาดให้บ่อยๆ ทั้งสองสายทำกำไรได้จริงทั้งคู่ ต่างกันที่วิธีเก็บเงินและสิ่งที่ต้องทนให้ได้

ทำไมใช้ระบบเทรดเดียวกันแล้วผลไม่เหมือนกัน

เพราะระบบแต่ละตัวถูกออกแบบมาบนสมมติฐานเรื่องเวลา ทุน และความอดทนของคนใช้ ถ้าคนใช้มีเงื่อนไขไม่ตรงกับที่ระบบต้องการ เช่น ระบบต้องทนแพ้ติดกัน 8 ไม้แต่คนใช้ทนได้แค่ 4 ไม้ คนนั้นจะเลิกใช้หรือแก้กฎกลางทางก่อนที่ระบบจะทำงานได้ ผลจึงต่างจากคนที่เงื่อนไขตรง ปัญหาไม่ใช่ระบบผิดหรือวินัยไม่พอ แต่ระบบไม่ตรงกับตัวคน

จะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองเหมาะกับสายเทรดไหน

ตอบคำถาม 7 ข้อตามตัวจริง ได้แก่ เวลาที่มีดูกราฟต่อวัน ขนาดทุนและความทนต่อพอร์ตย่อ ต้องการรายได้สม่ำเสมอหรือรอก้อนใหญ่ได้ ทนแพ้ติดกันได้กี่ไม้ ถือกำไรข้ามวันได้ไหมหรืออยากปิดเร็ว ชอบตลาดแกว่งในกรอบหรือเทรนด์ยาว และชอบทำตามกฎชัดๆ หรือชอบวิเคราะห์เอง ถ้าคำตอบส่วนใหญ่เอนไปทางเวลาน้อย ทุนจำกัด อยากได้ผลสม่ำเสมอ ทนแพ้ติดได้ไม่นาน คุณคือสายชนะบ่อยกำไรสั้น ถ้าตรงข้ามคุณคือสายชนะน้อยกำไรยาว

สายชนะบ่อยกำไรสั้น มีข้อเสียอะไรที่ต้องระวังที่สุด

ข้อที่ทำให้คนสายนี้ล้มมากที่สุดคือการตั้งจุดทำกำไรและจุดตัดขาดทุนจากความรู้สึก เพราะสายนี้แพ้ 1 ไม้จะกินกำไรไปประมาณ 2 ไม้ที่ชนะ จึงพลาดได้น้อยกว่าสายกำไรยาว ระยะ TP และ SL ต้องมาจากสถิติที่นับซ้ำมาแล้วว่าตลาดให้ระยะไหนบ่อยที่สุด ไม่ใช่กะด้วยตา นอกจากนี้ต้องชนะสูงจริง 7-8 ใน 10 ไม้ ไม่ใช่แค่รู้สึกว่าชนะบ่อย

สายชนะน้อยกำไรยาว เหมาะกับใคร และต้องทำอะไรถึงจะอยู่รอด

เหมาะกับคนทุนหนาที่ทนพอร์ตย่อได้เป็นเดือน มีรายได้หลักจากทางอื่น และใจนิ่งพอจะรอเทรนด์ใหญ่ได้เป็นปี วิธีอยู่รอดคือเสี่ยงต่อไม้ไม่เกิน 1% ของพอร์ต ไม่เปลี่ยนระบบตอนแพ้ติดกันซึ่งเป็นเรื่องปกติของสายนี้ และเทรดเฉพาะตลาดที่เป็นเทรนด์จริง เพราะช่วงตลาดแกว่งในกรอบคือช่วงที่สายนี้เสียเงินมากที่สุด

อ่านต่อเรื่องเดียวกัน

โดนสอย SL บ่อยๆ ไม่ใช่โชคร้าย ตัวอย่างของระบบสายชนะบ่อยกำไรสั้น ที่ TP กับ SL มาจากพฤติกรรมตลาดที่นับได้ วิธีอ่าน Win% และ Profit Factor ให้ไม่หลงกับโฆษณา ตัวเลข 2 ตัวที่ใช้แยกว่าระบบตัวไหนเป็นสายไหน และคุ้มไหม
← ดูบทความทั้งหมด