ถามจริงๆ นะครับ
คุณลองระบบเทรดมาแล้วกี่ตัว สาม ห้า
ซื้อคอร์สมาก็หลายคอร์ส
ทุกตัวมันมีคนกำไรจริง รีวิวก็จริง
แต่พอมาอยู่ในมือเรา ทำไมมันไม่เหมือนเขาสักที
แล้วเราก็สรุปเหมือนกันหมดทุกคน
“เออ เราคงวินัยไม่พอ”
ผมจะบอกอะไรให้นะครับ
ปัญหามันอาจจะไม่ได้อยู่ที่ระบบ
แล้วก็ไม่ได้อยู่ที่วินัยของคุณด้วย
มันอยู่ที่คำถามข้อนึง ที่คุณไม่เคยถามเลยก่อนซื้อ
ทุกคนถามว่า “ระบบนี้กำไรไหม”
แต่ไม่มีใครถามว่า “ระบบนี้มันตรงกับตัวเราไหม”
เพราะระบบเดียวกันเป๊ะๆ กฎเดียวกันทุกข้อ
อยู่ในมือคนนึง กำไร
อยู่ในมืออีกคน ล้างพอร์ต
วันนี้ผมเลยอยากให้รู้จักสไตล์การเทรด 2 สายก่อน
แล้วค่อยตอบคำถาม 7 ข้อท้ายบทความ
คุณจะรู้เลยว่าตัวเองควรอยู่สายไหน
สาย A ชนะน้อย กำไรยาว
สายนี้ยอมผิดบ่อย เพื่อรอจังหวะที่ตลาดวิ่งไกล
ชนะ 3-4 ใน 10 ไม้
แต่ไม้ที่ชนะได้ 2-3 เท่าของที่เสีย
วิธีเทรดคือ SL แคบ TP ไกล
วางแล้วรอ ระหว่างทางกำไรขึ้นแล้วหด ขึ้นแล้วหด
ต้องทนถือ ถูก 1 ไม้ คุ้มที่ผิดหลายไม้
ข้อดีของสายนี้
ไม่ต้องเฝ้าจอ วางแล้วรอได้เป็นวัน
เจอเทรนด์ใหญ่ ไม้เดียวกินได้ทั้งเดือน
พลาดก็เจ็บน้อย เพราะ SL แคบ ไม้น้อย ค่าคอมไม่กิน
ข้อเสียที่ต้องรับให้ได้
แพ้ติดกัน 5-10 ไม้เป็นเรื่องปกติ พอร์ตย่อได้เป็นเดือน
รายได้มาเป็นก้อน นานๆ ที ระหว่างนั้นต้องรอ
ไม่ใช่กระแสเงินสด
และตลาดไซด์เวย์คือช่วงเลือดไหลของสายนี้
TP ไกลไปไม่ถึงสักที
ใครเหมาะ
ทุนหนา ทนพอร์ตย่อได้เป็นเดือน
มีรายได้หลักจากทางอื่น
ใจนิ่ง รอได้เป็นปี
สาย B ชนะบ่อย กำไรสั้น
สายนี้ไม่รอให้วิ่งไกล
เก็บระยะที่ตลาดให้บ่อยๆ
ชนะ 7-8 ใน 10 ไม้ แต่ได้ทีละนิด
วิธีเทรดคือ TP ใกล้ จบเร็ว
เข้าที่จังหวะกลับตัว ทำซ้ำหลายรอบ
เหมือนร้านสะดวกซื้อ ขายทุกวัน ชิ้นละไม่มาก
ข้อดีของสายนี้
เป็นกระแสเงินสด ผลออกบ่อย สม่ำเสมอ ไม่ต้องรอเป็นก้อน
เส้นพอร์ตเรียบ แพ้ติดสั้น ใจไม่พังง่าย
รู้เร็วว่าระบบยังใช้ได้ไหม เพราะไม้เยอะ สถิติสะสมเร็ว
ข้อเสียที่ต้องรับให้ได้
แพ้ 1 ไม้ หายไปประมาณ 2 ไม้ชนะ พลาดได้น้อยกว่า
ต้องชนะสูงจริง 7-8 ใน 10 ไม่ใช่แค่รู้สึกว่าชนะบ่อย
และข้อสำคัญที่สุด
TP กับ SL ตั้งจากความรู้สึกไม่ได้ ต้องมาจากสถิติ
สายนี้ตายเพราะข้อนี้เยอะที่สุด
ใครเหมาะ
ทุนจำกัด ไม่อยากทนพอร์ตย่อยาว
อยากได้กระแสเงินสดสม่ำเสมอ
ทำตามกฎได้ ไม่ชอบตีความ
ลองนึกภาพเส้นพอร์ต 2 เส้นนะครับ
เส้นสาย A เลือดไหลช้าๆ ติดต่อกันนานช่วงแพ้ติด
แล้วพุ่งขึ้นเป็นหน้าผาเมื่อเจอไม้ใหญ่
เส้นสาย B ไต่ขึ้นเรียบๆ ทีละนิด
แต่เวลาแพ้ ร่วงเป็นหน้าผา แล้วค่อยไต่คืน
สองเส้นนี้จบกำไรได้ทั้งคู่
แต่เส้นทางระหว่างทางคนละแบบ
ถึงตาคุณแล้ว มาเล่นเกมกัน
7 ข้อ แต่ละข้อมี ก กับ ข
ตอบในใจ ไม่ต้องบอกใคร
นับไว้ว่าได้ ก กี่ข้อ ข กี่ข้อ
ไม่มีถูกผิด ตอบตามตัวจริงของคุณ
ข้อ 1 เวลา
ก พอมีเวลาเทรดบ้าง ดูกราฟได้อย่างน้อยวันละ 2-3 ครั้ง
ข ไม่มีเวลาเฝ้ากราฟเลย เทรดได้แค่วันละ 1 ครั้ง
ข้อ 2 ทุน
ก ทุนจำกัด พอร์ตย่อนานไม่ไหว
ข ทุนหนา ย่อได้เป็นไตรมาส
ข้อ 3 รายได้
ก อยากได้ผลสม่ำเสมอทุกเดือน
ข รอก้อนใหญ่นานๆ ทีได้
ข้อ 4 แพ้ติด
ก แพ้ติด 4-5 ไม้ เริ่มสั่น
ข แพ้ 10 ไม้ติด ยังกดไม้ที่ 11 ได้
ข้อ 5 ถือกำไร
ก เห็นกำไรแล้วอยากปิด
ข ถือข้ามวัน กำไรหดครึ่งได้
ข้อ 6 ตลาด
ก ชอบแกว่งในกรอบ เล่นจังหวะ
ข ชอบเทรนด์ยาว
ข้อ 7 นิสัย
ก ชอบทำตามกฎชัดๆ
ข ชอบวิเคราะห์เอง ตัดสินใจเอง
เฉลยครับ
ก ตั้งแต่ 4 ข้อ คุณคือสาย B ชนะบ่อย กำไรสั้น สายกระแสเงินสด
ข ตั้งแต่ 4 ข้อ คุณคือสาย A ชนะน้อย กำไรยาว สายรอก้อนใหญ่
ก้ำกึ่ง กลับไปดูภาพเส้นพอร์ต เส้นแบบไหนที่คุณรับได้
ถ้าคุณเป็นสาย A
หาระบบตามเทรนด์ที่มีกฎชัด ทดสอบย้อนหลังได้
เสี่ยงต่อไม้ไม่เกิน 1% ตัดสินระบบหลัง 100 ไม้
เทรดเฉพาะตลาดที่เป็นเทรนด์จริง
ทำแบบนี้ สายนี้ไปได้ไกลครับ
ถ้าคุณเป็นสาย B
สายนี้อยู่รอดได้ด้วยเงื่อนไขเดียว
TP กับ SL ต้องมาจากตัวเลขที่นับมาแล้ว ไม่ใช่ความรู้สึก
จะรู้ได้ยังไงว่าตลาดให้ระยะไหนบ่อย
ทางเดียวครับ นับ
นับว่าหลังจากราคาทำท่ากลับตัว มันวิ่งไปได้กี่จุดบ่อยที่สุด
นับว่ามันย้อนกลับมาลึกสุดแค่ไหนก่อนจะไปต่อ
นับแยกคู่เงิน แยกฝั่ง Buy Sell
นับพอ ตัวเลขจะบอกเองว่า TP ควรอยู่ตรงไหน SL ควรอยู่ตรงไหน
และนั่นคือจุดที่สาย B เลิกเดา แล้วเริ่มทำกระแสเงินสดได้จริงครับ
คำถามที่พบบ่อย
สไตล์การเทรดหลักมีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร
แบ่งใหญ่ๆ ได้ 2 สาย สายแรกคือชนะน้อยแต่กำไรยาว ชนะราว 3-4 ใน 10 ไม้ แต่ไม้ที่ชนะได้ระยะ 2-3 เท่าของที่เสีย เหมาะกับการรอเทรนด์ยาว สายที่สองคือชนะบ่อยแต่กำไรสั้น ชนะราว 7-8 ใน 10 ไม้ แต่ได้ทีละไม่มาก เก็บระยะสั้นที่ตลาดให้บ่อยๆ ทั้งสองสายทำกำไรได้จริงทั้งคู่ ต่างกันที่วิธีเก็บเงินและสิ่งที่ต้องทนให้ได้
ทำไมใช้ระบบเทรดเดียวกันแล้วผลไม่เหมือนกัน
เพราะระบบแต่ละตัวถูกออกแบบมาบนสมมติฐานเรื่องเวลา ทุน และความอดทนของคนใช้ ถ้าคนใช้มีเงื่อนไขไม่ตรงกับที่ระบบต้องการ เช่น ระบบต้องทนแพ้ติดกัน 8 ไม้แต่คนใช้ทนได้แค่ 4 ไม้ คนนั้นจะเลิกใช้หรือแก้กฎกลางทางก่อนที่ระบบจะทำงานได้ ผลจึงต่างจากคนที่เงื่อนไขตรง ปัญหาไม่ใช่ระบบผิดหรือวินัยไม่พอ แต่ระบบไม่ตรงกับตัวคน
จะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองเหมาะกับสายเทรดไหน
ตอบคำถาม 7 ข้อตามตัวจริง ได้แก่ เวลาที่มีดูกราฟต่อวัน ขนาดทุนและความทนต่อพอร์ตย่อ ต้องการรายได้สม่ำเสมอหรือรอก้อนใหญ่ได้ ทนแพ้ติดกันได้กี่ไม้ ถือกำไรข้ามวันได้ไหมหรืออยากปิดเร็ว ชอบตลาดแกว่งในกรอบหรือเทรนด์ยาว และชอบทำตามกฎชัดๆ หรือชอบวิเคราะห์เอง ถ้าคำตอบส่วนใหญ่เอนไปทางเวลาน้อย ทุนจำกัด อยากได้ผลสม่ำเสมอ ทนแพ้ติดได้ไม่นาน คุณคือสายชนะบ่อยกำไรสั้น ถ้าตรงข้ามคุณคือสายชนะน้อยกำไรยาว
สายชนะบ่อยกำไรสั้น มีข้อเสียอะไรที่ต้องระวังที่สุด
ข้อที่ทำให้คนสายนี้ล้มมากที่สุดคือการตั้งจุดทำกำไรและจุดตัดขาดทุนจากความรู้สึก เพราะสายนี้แพ้ 1 ไม้จะกินกำไรไปประมาณ 2 ไม้ที่ชนะ จึงพลาดได้น้อยกว่าสายกำไรยาว ระยะ TP และ SL ต้องมาจากสถิติที่นับซ้ำมาแล้วว่าตลาดให้ระยะไหนบ่อยที่สุด ไม่ใช่กะด้วยตา นอกจากนี้ต้องชนะสูงจริง 7-8 ใน 10 ไม้ ไม่ใช่แค่รู้สึกว่าชนะบ่อย
สายชนะน้อยกำไรยาว เหมาะกับใคร และต้องทำอะไรถึงจะอยู่รอด
เหมาะกับคนทุนหนาที่ทนพอร์ตย่อได้เป็นเดือน มีรายได้หลักจากทางอื่น และใจนิ่งพอจะรอเทรนด์ใหญ่ได้เป็นปี วิธีอยู่รอดคือเสี่ยงต่อไม้ไม่เกิน 1% ของพอร์ต ไม่เปลี่ยนระบบตอนแพ้ติดกันซึ่งเป็นเรื่องปกติของสายนี้ และเทรดเฉพาะตลาดที่เป็นเทรนด์จริง เพราะช่วงตลาดแกว่งในกรอบคือช่วงที่สายนี้เสียเงินมากที่สุด